Ruangsak
Anuwatwimon

INTERVIEW : NATHANICH CHAIDEE
PHOTO : KUKKONG THIRATHOMRONGKIAT

บ้าน / เดินทางศิลปะ / วิทยาศาสตร์ธรรมชาติ / สังคมสูญพันธุ์ / สัมพันธ์ประวัติศาสตร์ / อนาคตระลึกถึง / คาดหวังผูกพัน / ขัดแย้ง
เรื่องเล่าที่คุณกำลังจะอ่านต่อไปนี้ น่าจะอ่านสนุกด้วยวิวัฒน์ของเรื่องราวที่เกิดจุดเปลี่ยนแปลง และหักมุมกลายเป็นวงรอบวัฏจักรใหม่ หากแต่เรื่องเล่าทั้งหมดนี้ คือเรื่องจริงของธรรมชาติที่เราไม่อยากให้มันเกิด แต่เกิดขึ้นแล้วในฐานะวัตถุพยานที่ข้ามกาลเวลามาถึงปัจจุบันและเรื่องราวทั้งหมด คู่ตรงข้ามที่ขัดแย้ง ถูกหลอมรวมในแนวความคิดการทำงานของ โจ้เรืองศักดิ์ อนุวัตรวิมล ศิลปินผู้สร้างงานที่สะท้อนปัญหาสิ่งแวดล้อม ตั้งแต่เรื่องเล็กน้อยอย่างฝุ่นละอองที่มองไม่เห็น ไปจนถึงสัตว์ที่สูญพันธุ์ไปแล้ว และพยายามเรียกคืนชีวิตกลับมาผ่านงานศิลปะของเขา
ในช่วงเวลา 1 ปี คุณอยู่บ้านนานแค่ไหน
เรียกว่าเยอะนะ แต่ว่าผมมีสตูดิโออยู่ที่ N22 ตรงพื้นที่นั้นจะรวบรวมผลงาน เรียกว่าเป็นพื้นที่สำหรับทำงานฮาร์ดคอร์และงานที่อันตราย ผมจะทำงานอยู่ที่นั่น 
งานที่อันตราย หมายถึงกระบวนการที่อันตรายหรือเปล่า
หลายๆ อย่างเลย คือมันมีดินกัมมันตรังสีของฟุกุชิมะอยู่ในกล่องเหล็ก และพวกสารพิษในประเทศไทยที่เก็บมาจากหลายๆ ที่ ซึ่งสารพิษคือดินที่มีลักษณะเป็นฝุ่น เพราะฉะนั้นก่อนหน้านี้ต้องทำเป็นห้องที่เรียกว่า ห้องกักฝุ่นไม่ให้ฝุ่นออก ตอนนี้ผมมีบางส่วนเป็นงานชิ้นใหญ่ๆ ย้ายไปเช่าที่แถวจังหวัดฉะเชิงเทราไว้เพื่อเก็บพวกงานชิ้นที่หนักมากๆ 
อย่างงานเรซินที่ได้เห็นคุณทำออกมาหลายๆ ชิ้น ได้หล่อขึ้นที่นี่หรือเปล่า
หล่อที่ N22 เพราะถ้าทำที่นี่มันค่อนข้างไม่สะดวก คือ ผมไม่ค่อยห่วงเรื่องเรซินเท่าไหร่นะ เพราะส่วนมากเรซินตอนนี้ เรามีสูตรอีพ็อกซี่ซึ่งกลิ่นมันน้อยมาก แต่การนอนอยู่กับมัน ผมว่ามันไม่ค่อยดีเท่าไหร่ 
ตอนนี้กำลังทำงานชิ้นใหญ่ชิ้นหนึ่ง เป็นงานของสิงคโปร์ที่จะโชว์เดือนพฤศจิกายน 2562 นี้ เป็น  Cabinet ที่ทำจากเหล็กสามตู้ และกระจกยาว 3 เมตร สำหรับส่วนดิสเพลย์ แต่ตัวของจริง ชิ้นคอนเซปต์ดิสเพลย์กำลังทำอยู่ มันเป็นต้นไม้ที่ถูกตัดไปสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 ของสิงคโปร์ ไม่มีซากเหลือเลย ซึ่งแปลกมาก ประเด็นคือจะเรียกว่าถูกตัดก็ไม่ได้ เพราะมันถูกระเบิดไป คือเป็นต้นไม้ที่เรียกว่า Changi Tree เป็น
ต้นไม้ตำนานของที่นั่น แล้วเป็นต้นไม้ที่สูงที่สุดของสิงคโปร์ ตั้งแต่ตอนนั้นจนถึงปัจจุบันนี้สูงถึง 76 เมตร สำหรับกองทัพอังกฤษที่เข้าไปถือว่าตรงนี้เป็น Flatland แล้วกองทัพอังกฤษไม่อยากให้ตรงนี้เป็นพื้นที่ที่ถูกยึดครองโดยญี่ปุ่น เขาเลยระเบิดต้นไม้นี้ทิ้ง แต่พวกคนที่อยู่แถวๆ นั้นเขาเรียกว่า โอรังซาลาต้า (Orang Salata) ซึ่งเป็นคนพื้นถิ่น เขาเชื่อว่าเป็นเพราะทำลายต้นไม้นี้เลยทำให้สิงคโปร์แพ้สงคราม ระเบิดไปเพื่อไม่ให้เป็นแลนด์มาร์ก แต่จริงๆ แล้วจากแผนที่ ญี่ปุ่นก็รุกรานมาเรื่อยๆ แล้วล่ะ
Issue-01 / p.73