Eiji Sumi

INTERVIEW : NATHANICH CHAIDEE
PHOTO : KUKKONG THIRATHOMRONGKIAT, WASUTARA NARACARM

ในมุมมองของศิลปินต่างชาติ ประเทศไทยคือพื้นที่ที่ศิลปินหลายคนเลือกย้ายมาตั้งถิ่นฐานหรือสร้างสรรค์งานที่นี่ ความหลากหลายของสิ่งแวดล้อมและผู้คน ความสะดวกสบาย หรือสิ่งแวดล้อมที่สร้างแรงบันดาลใจในการทำงาน 
เช่นเดียวกับ Eiji Sumi ศิลปินร่วมสมัยจากญี่ปุ่น เขาเดินทางทำงานข้ามโลก จากโตเกียว นิวยอร์ก จนมาพำนักอยู่ที่กรุงเทพฯ ในฐานะศิลปินที่มีงานประจำเป็นอาจารย์เต็มเวลาให้กับภาควิชาออกแบบอุตสาหกรรม คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
ผลงานของเขาเป็นที่จดจำในเรื่องมุมมองที่ตื่นตาตื่นใจจากสีสัน แสงสี ปฏิกิริยา ผ่านเครื่องมือและวัตถุดิบที่แตกต่างไปในทุกชิ้นงาน หลายชิ้นคุณสัมผัสได้ด้วยประสาทสัมผัส ในขณะที่อีกหลายชิ้นต้องไหว้วานแรงของผู้ชมงาน เพื่อเข้าร่วมสร้างบทสนทนากับชิ้นงานด้วย เบื้องหลังทั้งหมดอยู่ที่บ้าน ซึ่งเป็นทั้งออฟฟิศพื้นที่ลงมือคิด เป็นสตูดิโอ-พื้นที่ลงมือทำ และเป็นห้องครัว-พื้นที่ลงมือปรุง พร้อมกับรูมเมต-มินิตะ เจ้าเสือน้อย 
ทำไมถึงเลือกมาอยู่เมืองไทย
ผมอยู่ที่นี่ตลอด 7 ปี แต่ออกเดินทางเยอะ จากที่นี่สามารถเดินทางไปสิงคโปร์ ฮ่องกง เซี่ยงไฮ้และฉงชิ่งได้ง่าย เหมือนกับเป็นศูนย์กลางของภูมิภาค ซึ่งสะดวกสำหรับศิลปินที่จะเดินทางไปยังประเทศเหล่านี้ ซึ่งเป็นเมืองสำคัญๆ
ถ้าเป็นสเปซแบบนี้ที่นิวยอร์ก นับว่า Super Luxury เลย แต่ศิลปินสามารถจ่ายแล้วได้พื้นที่แบบนี้ในใจกลางกรุงเทพฯ แถวนี้มีทั้งร้านอาหารและมีสวน ตลอด 7 ปีที่อยู่มา ที่นี่เปลี่ยนไปเยอะมาก เข้าถึงได้ง่ายขึ้น สำหรับศิลปิน เรื่องวัตถุดิบที่ใช้ทำงาน ผู้ผลิตต่างๆ ราคาไม่ได้เปลี่ยนเท่าไหร่นัก
พูดภาษาไทยได้ไหม
ไม่ได้เลย คนไทยพูดเร็ว พูดเยอะ ดูหนังไม่ได้ ฟังเพลงไม่ได้ (หัวเราะ)
เคยลองพูดกับคนไทยเป็นเรื่องเป็นราวบ้างหรือเปล่า?
ไม่ได้ (ตอบเป็นภาษาไทย)
Issue-01 / p.193
หัวเรื่องการทำงานส่วนใหญ่เป็นเรื่องแบบไหนบ้าง
ผมมี 2 หัวเรื่องใหญ่ๆ ที่ทำงาน เรื่องแรกคือวิทยาศาสตร์ และอีกเรื่องคือประเด็นสังคม บางครั้งผมทำงานเกี่ยวกับการพัฒนาพื้นที่เมือง บางทีก็เป็นเรื่องสังคมและผู้คน การเกิดขึ้นของคอนโดมิเนียม วิถีชีวิตของผู้คนที่ใช้พื้นที่เหล่านั้นก่อนที่คอนโดมิเนียมจะถูกสร้างขึ้น ประเด็นสังคมที่เกิดขึ้นจากการพัฒนาเป็นหัวข้อทั่วไปที่ผมมักทำงานด้วย การเมืองก็เป็นส่วนหนึ่งของประเด็นสังคมที่ผมสนใจในเวลานั้นๆ 
แต่อีกอย่างคือเรื่ององค์ประกอบทางวิทยาศาสตร์ อย่างฟิสิกส์พื้นฐาน บางทีก็ทำงานในธีมควอนตัมฟิสิกส์ บางทีก็เกี่ยวกับแสงที่แตกต่างกันไป ถึงแม้ว่าสื่อกลางจะเปลี่ยนไป ผลงานจะเปลี่ยนไป บางทีผู้คนจำไม่ได้ด้วยซ้ำว่าผมทำงานอะไร แต่อย่างน้อยผมก็ยังมีธีมที่คงเดิมอยู่เสมอ บางครั้งก็มีประเด็นทางสังคมเป็นฉากหลัง หรือบางครั้งวิทยาศาสตร์ก็เป็นตัวนำ และผมก็ยังทำงานแบบนี้ต่อไป
ศิลปินบางคนยึดมั่นอยู่กับแนวความคิดของการทำงานแบบเดียวไปตลอดชีวิต แต่บางคนมีแนวความคิดที่เปลี่ยนแปลงไปตามช่วงเวลา คุณเป็นศิลปินแบบไหน
ผมเป็นพวกเปลี่ยนนะ ถ้าคุณถามว่าผมทำสิ่งใหม่ไหม รูปแบบ รูปร่าง สื่อกลาง หรือของที่ผู้คนไม่เคยเห็นมาก่อน ผมพยายามจะทำให้สิ่งใหม่ๆ เกิดขึ้น ซึ่งเป็นส่วนที่สำคัญที่ผมกำลังทำงานอยู่ แต่ทั้งหมดทั้งมวล ผมก็มีธีมที่มั่นคงในงานทุกชิ้น ซึ่งในตอนนี้หลักของผมจะเป็นเรื่องวิทยาศาสตร์ ผมกำลังติดกับเรื่องแรงโน้มถ่วง เรียกว่าคลั่งไคล้อยู่ตอนนี้ก็ได้ 
แล้ว ณ ตอนนี้ มีอะไรที่คลั่งไคล้อยู่บ้าง ทั้งในเรื่องการทำงานและไลฟ์สไตล์
ตอนนี้ผมกำลังคลั่งไคล้เรื่องคลื่น แรงโน้มถ่วง อะไรที่เป็นไปได้ในหลายทิศทาง ผมคลั่งไคล้การสร้างสรรค์ผลงานรูปแบบใหม่ๆ งานแบบที่ผมไม่เคยทำมาก่อน ส่วนไลฟ์สไตล์ผมมีแต่เรื่องศิลปะอยู่แล้ว บางทีผมอยากเห็นผลงานแบบใหม่ๆ ในรูปแบบที่แปลกออกไป 
อย่างงานที่เป็นโคมไฟพีระมิด จริงๆ ไม่ได้มีความหมายอะไรซ่อนไว้หรอก มันเป็นเหมือนกับการทดลองศึกษามากกว่า ข้างในเป็นหลอดไฟ LED กรุกระจกเพื่อดูการสะท้อนของแสง แล้วกรองแสงด้านนอกด้วยมุ้งลวดธรรมดา หรืองานชิ้นนี้ที่เป็นงานเพ้นติ้ง และผมก็เริ่มต้นการทำงานศิลปะจากการทำเพ้นติ้งมาก่อน ปกติหลายๆ คนจะมีงานที่เป็นซีรีส์ ผมก็มีงานชิ้นนี้ที่เอาไว้ระบาย แสดงออกถึงความคิดในช่วงนั้นๆ
Issue-01 / p.198